ศานิตย์ จับร้านพลุแฟลร์ที่ขายให้กลุ่มอุลตร้าฯ ยึดของกลางเกือบ 2 พันอัน

fire (1)

ศานิตย์ จับร้านพลุแฟลร์จำหน่ายให้อุลตร้า ไทยแลนด์ ยึดของกลางเกือบ 2 พันอัน ด้านแกนนำกลุ่มอุลตร้าฯ เลื่อนเข้าพบตำรวจ

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้ร่วมกันประชุมสืบสวนติดตามคดีแฟนบอลไทยจุดพลุแฟลร์ในฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ ที่ชนะอินโดนีเซียไปได้ 2-0
ทั้งนี้ ตำรวจยังมีของกลางเป็นพลุแฟลร์กว่า 1,950 อัน ที่ยึดได้จากย่านเชียงกง บางนา หลังพบว่าเป็นร้านที่ขายส่งให้กลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์

พล.ต.ท. ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ค้นร้านที่จำหน่ายพลุแฟลร์ให้กลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบพลุนั้น ล้วนมาจากร้านนี้ โดยในเบื้องต้นได้ตั้งข้อหานำเข้ามา สั่งเข้ามาผลิตมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหลังจากนี้จะดำเนินการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องหรือจุดพลุต่อไป
ด้าน พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 กล่าวว่า ในส่วนผู้เกี่ยวข้องนั้นได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่บ้างแล้ว และให้การเป็นประโยชน์มาก ส่วนกรณีที่นายประพจน์ ปานโพธิ์ทอง แกนนำกลุ่มอุลตร้า ไทยแลนด์ ได้มีการติดต่อขอเลื่อนการเข้าพบเป็น 22 ธันวาคมนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจว่าจะมาพบจริง

กิตติ สิงหาปัด เหน็บแรง ลั่น ถ้าไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปไตย จะไม่มีฉายา

a1_52

กิตติ สิงหาปัด ประกาศข่าวรายการ ข่าว 3 มิติ เหน็บเจ็บ ลั่น ถ้าไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปไตย จะไม่มีฉายา หลังงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2559 เหตุการเมืองไม่ปกติ

จากกรณีที่ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ประกาศงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2559 เนื่องจากมีข้อจำกัดทางข้อกฎหมายและบรรยากาศการเมืองในภาวะที่ยังถือว่าไม่ปกตินั้น [อ่านข่าว : งดตั้งฉายารัฐบาลประจำปี 2559 เหตุบรรยากาศการเมืองไม่ปกติ]
ล่าสุด (27 ธันวาคม 2559) นายกิตติ สิงหาปัด ผู้ประกาศข่าวรายการ ข่าว 3 มิติ ทางช่อง 3 ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวผ่านทวิตเตอร์ @ kitti3miti ว่า “ถ้าไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปไตย จะไม่มีฉายานะครับ น้อง ๆ จำไว้เผื่อออกสอบ #ความรู้ใหม่”

a2_50 (1)
อนึ่ง การงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปีของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง อาทิ ในปี 2549-2550 รัฐบาล พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่มาจากการรัฐประหาร ในปี 2551 รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ในปี 2556 รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการประกาศยุบสภา ในปี 2557 รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการรัฐประหาร เป็นต้น

กนก เหน็บเจ็บแสบ เหตุใดตำรวจปล่อยแฟนบอลตัวร้ายจุดพลุแฟลร์ ตั้ง 2 ชุดใหญ่

 

6a3d7453-fb5d-40ed-b119-c7ad526a95baนายกนก รัตน์วงศ์สกุล โพสต์เดือดถาม ตำรวจจะจับแฟนบอลตัวร้ายแอบจุดพลุแฟลร์ นัดชิงแชมป์ ไทย-อินโดนีเซีย ได้กี่ราย ชี้ขนาดให้สายลับเข้าไปแทรกซึมยังไร้ผล

วันที่ 19 ธันวาคม 2559 มีรายงานว่า นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรและผู้ประกาศข่าว ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan page ทวงถามความคืบหน้าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีมีแฟนบอลแอบจุดพลุแฟลร์ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ไทย กับ อินโดนีเซีย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559

โดยระบุว่า ตอนนี้แฟนบอลตัวจริงกำลังรอคอยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามจับแฟนคลับตัวร้ายที่แอบจุดพลุแฟลร์ได้กี่ราย หลังจากก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า ได้มีการส่งสายลับเข้าไปแทรกซึมกลุ่มแฟนบอลดังกล่าวแต่ไม่เป็นผล เนื่องจากมีการระวังตัวกันมาก พร้อมกับตั้งคำถามว่า ในตอนที่มีการแอบจุดพลุแฟลร์รอบแรก ทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ หรือต้องรอตรวจสอบจากล้องวงจรปิดหลังจากเกมการแข่งขันจบ และเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้มีคนนำพลุแฟลร์เข้าไปจุดได้มากขนาดนี้ ต่างกับตอนตรวจขวดน้ำของแฟนบอลที่สามารถตรวจยึดได้มากเป็นกระสอบ ซึ่งมีข้อความทั้งหมดดังนี้

ตอนนี้แฟนบอลตัวจริงกำลังเฝ้ารอว่า ตำรวจจะตามจับตัวแฟนบอลตัวร้าย ที่เข้าไปจุดพลุได้สักกี่ตัว ? เห็น ผบช.น. บอกว่า “..เคยส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและสายสืบเข้าไปในกลุ่มกองเชียร์ แต่กลุ่มนี้มีการตรวจสอบที่ค่อนข้างเข้มงวด ไม่ยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มของตัวเองเข้าไปร่วม..” โธ่ถังกาละมังรั่ว ! แค่แฟนบอลกลุ่มเดียว สายลับตำรวจยังแทรกซึมเข้าไปไม่ได้เลย

มันจุดพลุ 2 ชุดใหญ่ ครั้งแรกตอนที่ไทยยิงนำ 1-0 นาทีที่ 36 หลังจากนั้นอีกประมาณ 10 นาที มันจุดกันอีกระลอก ตอนที่ไทยยิงลูกที่ 2 ได้ นี่ถ้าคืนนั้น ไทยชนะอินโดฯ สัก 5-0 สนามคงเป็นทะเลเพลิง เต็มไปด้วยควัน ราวกับควันภูเขาไฟ เพราะ ผบก.น.4 บอกว่า พบประทัดบอล ที่กองเชียร์นำมาซุกไว้นอกสนามอีกจำนวนหนึ่ง !

ผมสงสัยว่า ตอนที่ไอ้พวกนี้มันจุดพลุชุดแรก ทำไมไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปลากคอมันลงมา ? มันจึงสามารถระดมกันจุดอีกชุดได้ แสดงว่า การ์ดที่สนาม รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือคิดแต่จะตามเช็กบิลตอนหลังจากกล้องวงจรปิด ? พี่ทำงานได้ใจเย็นมาก !

สนามบอลที่อังกฤษ ไม่ว่าจะสนามของทีมใดก็ตาม แค่แฟนบอลมีทีท่ายั่วยุแฟนบอลฝ่ายตรงข้าม จะมีเจ้าหน้าที่สนามและตำรวจขึ้นไปถึงตัว แล้วคาดโทษทันที ถ้าทำอีกครั้งจะถูกนำตัวออกไปเลย

แล้วเจ้าหน้าที่สนามบ้านเราตรวจค้นแฟนบอลภาษาอะไร ทำไมพวกมันจึงแอบนำพลุเข้าไปได้มากขนาดนั้น ? มีคนแซวว่า การ์ดของสนามราชมังฯ เก่งนักเวลาห้ามคนดูเอาขวดน้ำเข้าไป เห็นตรวจค้นได้หลายกระสอบ เหมือนจะแข่งกันเอาไปชิงโชค

เมื่อเช้าจะขอสัมภาษณ์ ผบก.น.4 พอดีท่านไม่สะดวก ติดประชุม พอตอนสายมีตำรวจติดต่อมา ขอให้ทางสถานีส่งคลิปส่งภาพไปให้ด้วย ให้แอดไลน์ด้วยนะ จะรอรับคลิปทางไลน์ ! อืม..คลิปภาพจุดพลุ เปิดตรงไหนก็เจอ คุณตำรวจไม่มีเลยหรือครับ ?

เร่งกู้ซากเครื่องบินกริพเพน-ค้นหาร่างนักบิน สนามบินหาดใหญ่เปิดทำการบินปกติ

5403eca4-5d33-4cdf-82a9-bf277df9d93b

ผู้บังคับบัญชาจากกองบิน 7 บินตรวจสอบที่เกิดเหตุเครื่องบินกริพเพนตก ที่กองบิน 56 ด้านกู้ภัยเร่งกู้ซากเครื่องบินรบ-ค้นหาร่างนักบิน ขณะที่สนามบินหาดใหญ่เปิดให้ทำการบินแล้ว

ความคืบหน้าเหตุการณ์เครื่องกริพเพน ของกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี ตกที่กองบิน 56 ขณะบินโชว์ในงานวันเด็กแห่งชาติ ในพื้นที่ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เมื่อช่วยสายที่ผ่านมา เป็นผลให้ น.ต. ดิลกฤทธิ์ ปัถวี นักบินเสียชีวิต

ล่าสุด (14 มกราคม 2560) ทางผู้บังคับบัญชาจากกองบิน 7 เดินทางมากับเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย เพื่อตรวจสอบเหตุดังกล่าวร่วมกับทางทางกองบิน 56 โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเข้าเคลียร์บริเวณจุดเกิดเหตุ เก็บกู้ซากเครื่องบิน และค้นหาเพื่อนำร่างของนักบินออกมา โดยยังกันพื้นที่เป็นเขตหวงห้าม เพื่อรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และจากส่วนกลางเข้าตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ด้านท่าอากาศยานหาดใหญ่ซึ่งได้หยุดให้บริการชั่วคราวหลังเกิดเหตุ ได้เปิดให้เครื่องบินสามารถทำการบินได้ตามปกติแล้ว โดยใช้เพียงรันเวย์เดียว ส่วนอีกรันเวย์หนึ่งยังคงปิดและรอให้การเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุแล้วเสร็จทั้งหมด ขณะที่งานวันเด็กแห่งชาติของทางกองบิน 56 ในส่วนภาคพื้นที่ที่จัดโชว์เครื่องบินละอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าชมตามปกติ

อย่างฮา ! คนดูอินจัด แอดไลน์ ไทเกอร์ เพื่อไปบอกว่า “ใครฆ่านานะ”

ba87f724-5c61-4fbc-a5c1-b6d6972c0b08

อินมาก ! คนดูแห่แอดไลน์หา ไทเกอร์ หลังจบ I HATE YOU I LOVE YOU บอกเรื่องจริง “ใครฆ่านานะ” พบแอดกันเยอะจัดจนเพื่อนเต็ม !!

เป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม คนดูอินตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง สำหรับ I HATE YOU I LOVE YOU ที่เพิ่งออกอากาศตอนสุดท้าย “ซอล” ไปเมื่อคืนที่ผ่านมา (14 มกราคม 2560) ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคนดู บ้างก็ว่าผิดหวังที่ไม่พลิกล็อกหักมุมอย่างที่คิด บ้างก็มองว่าจบได้สมบูรณ์แล้ว บ้างก็วิเคราะห์กันไม่จบ และคาดหวังอยากให้มีภาคต่อ

โดยล่าสุด (15 มกราคม 2560) เมื่อไปส่องกระแสโซเชียลจากแท็ก #hatelovetheseries ที่ฮอตฮิตขึ้นอันดับ 1 ไทยเทรนด์ในทวิตเตอร์ ก็พบว่ามีผู้ชมจำนวนไม่น้อย ที่ลองแอดไลน์ของ “ไทเกอร์” ตามเบอร์ในเรื่อง แล้วทักเข้าไปคุยกันมากมาย ทั้งไปบอกความจริงไทเกอร์ว่า ใครฆ่านานะ บ้างก็ทักไปคุยเล่น อยากปลอบใจ ขอตุ๊กตาหมี ฯลฯ

และงานนี้ดูเหมือนว่า ไลน์ไทเกอร์จะฮอตแบบสุด ๆ จนช่วงหลัง ๆ เริ่มแอดไปไม่ได้กันแล้วเพราะเพื่อนเต็ม แสดงให้เห็นว่า มีคนดูที่อินกับซีรีส์เรื่องนี้เยอะจริง ๆ

ปิดตำนาน สะแปอิง บาซอ ประธาน BRN เสียชีวิตแล้วที่มาเลเซีย

hilight-1501

สะแปอิง บาซอ ประธานกลุ่มบีอาร์เอ็นคนปัจจุบัน เสียชีวิตอย่างสงบที่มาเลเซีย ญาติเตรียมละหมาดฆอเอ็บ ในวันที่ 16 มกราคมนี้ ยังไม่เปิดเผยการแต่งตั้งผู้นำกลุ่มคนใหม่

วันที่ 15 มกราคม 2560 มีการรายงานว่า นายสะแปอิง บาซอ ประธานกลุ่มบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ซึ่งเป็นขบวนการก่อความไม่สงบกลุ่มสำคัญในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ณ บ้านพักของตนเอง ที่ตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา
ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมขบวนการก่อความไม่สงบนั้น นายสะแปอิงเคยเป็นกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลามาก่อน เขามีพื้นเพเดิมมาจากตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง เคยเดินทางไปประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อศึกษาด้านศาสนาที่เมืองมาดีนะห์ เมื่อจบการศึกษาก็กลับมายังประเทศไทย รับตำแหน่งเป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา

ด้านพลเอก อักษรา เกิดผล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ณ เวลานี้ ยังไม่ได้รับการแจ้งจากขบวนการบีอาร์เอ็น ว่า จะให้ผู้ใดเป็นมาตัวแทนของนายสะแปอิงในการพูดคุยสันติสุข แต่มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามคงไม่มีผลกระทบกับการเจรจาอย่างแน่นอน

สำหรับการจัดงานศพตามพิธีทางศาสนานั้น ญาติของนายสะแปอิงได้กำหนดทำพิธีละหมาดฆอเอ็บ หรือ การละหมาดไม่มีศพต่อหน้า ในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 มกราคมที่จะถึงนี้ ณ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ตลาดเก่าถนนสิโรรส เขตเทศบาลนครยะลา โดยได้มีการแจ้งกำหนดการจัดงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ คาดว่าเหล่าลูกศิษย์ของนายสะแปอิงที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก จะเดินทางมาเข้าร่วมพิธีละหมาดฆอเอ็บครั้งนี้

คมนาคม วางเกณฑ์ตั้งชื่อสถานีรถไฟฟ้าใหม่-จ่อให้โหวตเปลี่ยนชื่อ

BTS

กระทรวงคมนาคม วางเกณฑ์ตั้งชื่อสถานีรถไฟฟ้าใหม่ เน้นตั้งเป็นชื่อย่านมากกว่าชื่อถนน ป้องกันคนสับสน พร้อมมอบหมาย สนข. เตรียมเปิดเว็บไซต์รับฟังความเห็นประชาชน และร่วมโหวตควรเปลี่ยนชื่อสถานีรถไฟฟ้าหรือไม่

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 มีรายงานว่า นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบูรณาการระบบราง ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการตั้งชื่อสถานีของรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ ตามนโยบายของ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ที่ต้องการให้ชื่อของสถานีรถไฟฟ้าแต่ละโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีความสอดคล้องไปในทางเดียวกัน

1322

โดยหลังจากนี้สถานีของรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หรืออยู่ระหว่างการออกแบบ ที่ตั้งอยู่ในโครงสร้างอาคารเดียวกัน หรือมีทางเข้าออกใกล้เคียงกัน ในระยะไม่เกิน 50 เมตร จะต้องมีชื่อสถานีเหมือนกัน แต่หากสถานีใดอยู่คนละโครงสร้าง แต่อยู่ในระยะไม่เกิน 50 เมตร ให้กำกับด้วยสีของสายรถไฟฟ้า เช่น วุฒากาศสีแดง หรือวุฒากาศสีเขียว เป็นต้น รวมทั้งจะเน้นตั้งเป็นชื่อย่านมากกว่าชื่อถนน เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติ หรือคนที่ไม่คุ้นเคยบริเวณนั้นเกิดความสับสนได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานีรถไฟฟ้าที่มีการก่อสร้างไปแล้ว และประชาชนใช้มานานกว่า 10 ปี ที่อยู่ใกล้กัน แต่มีชื่อแตกต่างกัน บางส่วนมองว่าหากเปลี่ยนจะทำให้สับสน เพราะคุ้นเคยกับชื่อเดิมแล้ว อีกส่วนมองว่าอาจจะกระทบกับงบประมาณ เพราะต้องใช้ในการปรับเปลี่ยนผังแผนที่ใหม่ ดังนั้นที่ประชุมจึงมอบให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปจัดทำประชาพิจารณ์เปิดเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อสถานี 4 จุดที่อยู่ใกล้เคียงกัน แต่มีชื่อแตกต่างกันเพื่อหาข้อสรุป ได้แก่

1. สถานีหมอชิต (รถไฟฟ้า BTS) กับสถานีจตุจักร (รถไฟใต้ดิน MRT)

2. สถานีอโศก (รถไฟฟ้า BTS) กับสถานีสุขุมวิท (รถไฟใต้ดิน MRT)

3. สถานีศาลาแดง (รถไฟฟ้า BTS) กับสถานีสีลม (รถไฟใต้ดิน MRT)

4. สถานีเพชรบุรี (รถไฟใต้ดิน MRT) กับสถานีมักกะสัน (รถไฟฟ้า แอร์พอร์ต เรล ลิงก์)

ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินรับฟังความคิดเห็นประมาณ 1-2 เดือน จากนั้นให้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบูรณาการระบบราง เพื่อหาข้อสรุปต่อไปว่าจะเปลี่ยนชื่อสถานีเหล่านี้หรือไม่

ภาพรถหรูขับฝ่าไฟแดงยกขบวน งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตก !

005744db-a65e-4072-92df-5b0edd9ca011 (1)
ภาพรถหรูขับฝ่าไฟแดงยกขบวน งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตก ทั้งไม่เห็นด้วยที่ทำเช่นนี้ แต่อีกส่วนก็มองต่างออกไป ไม่คิดว่ามีอะไรผิด

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2560 ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก Cm-Club.com ซึ่งเป็นภาพรถหรูยี่ห้อหนึ่ง ได้ขับฝ่าไฟแดงกันทั้งรถนำขบวนและรถหรู ท่ามกลางการวิจารณ์กันเป็นวงกว้าง

โดยมีทั้งคนไม่เห็นด้วยที่ทำเช่นนี้ เนื่องจากผิดกฎหมาย ขณะคนที่เห็นต่างก็มองว่า เห็นตำรวจปิดถนนอยู่ น่าจะสามารถขับฝ่าไปได้ อีกทั้งรถนำขบวนและตำรวจที่แยกน่าจะประสานกันเรียบร้อยแล้ว

สยองมาก ร้านอาหารจีนเสิร์ฟอุ้งตีนหมีให้ลูกค้า แต่แท้จริงแล้วมันคือเท้าของมนุษย์

dish1

เผยเรื่องราวสุดช็อก ร้านอาหารจีนในอิตาลีเสิร์ฟเมนูอุ้งตีนหมีให้ลูกค้ากิน แต่ความจริงแล้วอาหารมื้อนั้นไม่ใช่อุ้งตีนหมี แต่มันคือ “เท้ามนุษย์” !!

หลาย ๆ คนคงจะทราบกันดีว่าร้านอาหารหลายจีนมากมายหลายแห่งมีการขายอาหารหน้าตาแปลกประหลาดซึ่งปรุงมาจากชิ้นส่วนของสัตว์ ตั้งแต่ปลาวาฬ ตัวนิ่ม งู หมี ฯลฯ แต่สำหรับร้านอาหารจีนในเมืองปาดัว ประเทศอิตาลีร้านนี้ มีการขายอาหารที่มีส่วนประกอบที่น่าขนลุกมากที่สุด สิ่งนั้นคือเท้าของมนุษย์ !
เรื่องราวชวนพะอืดพะอมขนหัวลุกนี้ถูกรายงานโดยเว็บไซต์มิร์เรอร์ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 โดยมีพนักงานเสิร์ฟรายหนึ่งของร้านอาหารแห่งนี้เป็นผู้เปิดโปงถึงเรื่องราวทุกอย่าง เขากล่าวว่าในวันนั้นมีลูกค้าชาวสโลวีเนียเดินทางมาที่ร้าน และสั่งเมนูอุ้งตีนหมี ทางร้านทำไปเสิร์ฟตามปกติ แต่ในความจริงแล้วเมนูจานนั้นมันทำมาจากเท้าของมนุษย์ หาใช้อุ้งตีนหมีไม่

dish2

พนักงานรายนี้กล่าวยืนยันว่าเรื่องทุกอย่างเป็นเรื่องจริง โดยเขาเขาโพสต์ภาพหลักฐานลงบนเฟซบุ๊กของเขา ภาพดังกล่าวปรากฏชิ้นเนื้อที่เหมือนเท้ามนุษย์เป๊ะ 1 คู่ วางอยู่ในกะละมังสีฟ้า ชาวเน็ตรายหนึ่งที่เห็นภาพชวนสยดสยองนี้ได้ทำการแจ้งทางการเพื่อให้มาจัดการโดยทันที

ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานควบคุมมาตรฐานอาหารได้เดินทางมาตรวจสอบที่ร้านอาหารแห่งนี้หลังได้จากได้รับแจ้ง พวกเขาไม่พบร่องรอย เนื้อ หรือชิ้นส่วนใด ๆ ที่บ่งบอกว่ามาจากหมีแม้แต่ชิ้นเดียว โดยในตู้แช่มีเนื้อปลาแช่แข็งและเนื้อสัตว์ขนาด 25 กิโลกรัม ซึ่งเนื้อที่พบนี้ที่ไม่สามารถระบุได้ว่ามันคือเนื้อสัตว์ชนิดใดกันแน่
นอกจากนี้แล้วยังพบห่อบรรจุเนื้อปูและเนื้อกบซึ่งหมดอายุไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่หนักกว่านั้นก็คือสภาพครัวที่ร้านสกปรกมากสามารถจัดได้ว่าเลวร้าย คราบไขมัน คราบสกปรกจำนวนมากเกรอะกรังอยู่ตามตู้แช่ บนพื้นแม้กระทั่งในเตาอบ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเรื่องดังกล่าวกับทางร้านให้แน่ชัดต่อไป โดยจำเป็นต้องหาข้อพิสูจน์ให้ได้ว่าชิ้นส่วนที่พนักงานเสิร์ฟโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กนั้นคือเท้าของมนุษย์จริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามไม่มีการรายงานว่าร้านอาหารแห่งนี้ยังเปิดให้บริการ หรือถูกสั่งปิดไปแล้วหรือไม่

จับได้แล้ว !! นาเดีย พบยังอยู่ภายในสวนสัตว์ สุดสะพรึงหนักกว่า 1 ตัน

621e7838-5768-4640-8968-6852f56a99c9

ข่าวจระเข้ยักษ์หลุดจากสวนสัตว์ทุ่งท่าลาด ล่าสุดไกรทองตาปี เข้าจับ “นาเดีย” ได้แล้ว หลังหลุดจากคอกไปหลบอยู่ในคอกกวาง สุดสะพรึงน้ำหนักกว่า 1 ตัน ต้องใช้เครนยกย้ายกลับคอกเดิม

จากกรณีมือปราบจระเข้ตาปีติดตามจับจระเข้ที่หลุดจากคอกภายในสวนสัตว์ทุ่งท่าลาด ที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดการเข้าใจผิดหลังคิดว่าจระเข้ที่จับได้ที่บริเวณคลองท่าแพ คือ เจ้านาเดีย จระเข้ยักษ์ยาวกว่า 5 เมตร แท้จริงกลับเป็น “ไอ้ยักษ์” ซึ่งเป็นจระเข้เพศผู้ความยาวเกือบ 4 เมตร ซึ่งเป็นคู่หูของเจ้านาเดีย ส่วนนาเดียนั้นยังอยู่ภายในรั้วสวนสัตว์ ไม่ได้หลุดออกไปเเต่อย่างใด

ล่าสุด (14 มกราคม 2560) มีรายงานว่า นายนิคม สุขสวัสดิ์ มือปราบจระเข้ชุดไกรทองตาปี ศูนย์ป้องกันและปราบปราม ประมงน้ำจืดภาคใต้ ได้เข้าจับเจ้านาเดีย หลังตรวจสอบพบว่ามันไปหลบอยู่ในคอกโซนเลี้ยงกวาง ซึ่งห่างจากที่คอกเดิมไปกว่า 100 เมตร โดยต้องใช้แรงคนหลายคนเข้าช่วย ซึ่งหลังจากพันธนาการเรียบร้อยแล้ว ต้องใช้รถเครนเข้ายกเจ้านาเดียออกจากคอกกวางเนื่องจากเจ้านาเดีย มีน้ำหนักมากกว่า 1 ตัน ท่ามกลางการลุ้นของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์และผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เข้าติดตามเรื่องนี้ด้วยตัวเอง